สถานที่เที่ยวพัทยา

มิโมซ่าพัทยา ศูนย์รวมสินค้าแห่งใหม่ใกล้เมืองพัทยาและยังถือเป็นสถานที่เที่ยวแห่งใหม่ของเมืองพัทยาด้วย จากการเปิดตัวด้วยสถาปัตกรรมแบบต่างชาติ และบรรยากาศน่ารัก ๆ เหมาะกับที่นักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวชมและถ่ายรูปเล่น อีกทั้งยังมีร้านค้าและบริการสำรับการผ่อนคลายอย่าง การนวดแผนไทย ร้านกาแฟ ร้านเค้ก และมุมสบาย ๆ อีกหลายจุด ทำให้มิโมซ่าพัทยาแห่งนี้ เป็นอีกสถานที่หนึ่งใกล้เมืองพัทยาที่สามารถให้นักท่องเที่ยวแวะมาเปลี่ยนบรรยากาศสำหรับพักผ่อนได้ มิโมซ่าตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน นี้เอง
มิโมซ่า พัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 นี้เอง มิโมซ่าถูกสร้างด้วยงบประมาณกว่าพันล้าน เพื่อเนรมิตพื้นที่ราว 40 ไร่ให้กลายเป็นสถานที่ท่องที่ยว ภายใต้แนวคิด The City of Love หรือเมืองแห่งความรัก ซึ่งก็คือการให้นักท่องเที่ยวได้เห็นมุมมองต่าง ๆ ของความรักผ่านทางศิลปะการตกแต่งภายในที่แห่งนี้นั่นเอง โดยที่การสร้างนั้น มีสถาปัตยกรรมในรูปแบบบ้านเมืองในอดีตของประเทศศฝรั่งเศส
สำหรับบรรยากาศของที่นี่นั้น เป็นเหมือนเมืองศูนย์การค้า ที่ถูกตกแต่ให้มีความเป็นกึ่งชิคกึ่งธรรมชาติ จึงมีมุมเก๋ ๆ ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ถ่ายรูป ด้านในก็จะมีพื้นที่ทางเดินยาวขนาบด้วยร้านอาหารและร้านค้า อีกทั้งยังมีคลองเล็ก ๆ ยาวขนานกับทางเดินสีเขียว ที่ช่วยเป็นจุดสร้างบรรยากาศธรรมชาติด้วย บริเวณคลองนั้นจะมีทางขึ้นไปด้านบนด้วย เพราะมีร้านค้าอยู่ด้านบนเช่นกัน นอกจากนั้นมิโมซ่ายังมีลานน้ำพุ สำหรับการแสดงโชว์ต่าง ๆ สำหรับร้านค้าต่าง ๆ ภายในนั้น มีหลากหลายมากมายเลยทีเดียว รวมถึงร้านของกิน ร้านเค้ก ร้านกาแฟ ก็มีด้วยเช่นกัน (มีศูนย์อาหารด้วย แต่ศูนย์อาหารต้องแลกคูปองก่อน)
มิโมซ่าพัทยา ตั้งอยู่ตรงข้าม โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน เปิดบริการตั้แต่ 11.00 – 23.00 ถ้าขับรถจากพัทยา ก็วิ่งไปตามเส้นสุขุมวิทไปเรื่อย ๆ ผ่านตลาดน้ำ 4 ภาคไปสักพัก ก็จะเจอมิโมซ่าอยู่ทางซ้ายมือเลย (ตรงข้ามโรงแรมแอมบาสเดอร์ เลยสะพานลอยไปประมาณ 100 เมตร) หรือคนที่มาเที่ยวเองโดยรถโดยสารก็สามารถ นั่งรถสองแถวสีขาว (รอบริเวณเส้นสุขุมวิท) ก็วิ่งผ่านหน้า มิโมซ่าเช่นกัน การเข้าชมมิโมซ่า ปัจจุบันเสียค่าเข้า 50 บาท

อาร์ต อิน พาราไดซ์ คือพิพิธภัณฑ์ภาพจิตรกรรม3มิติแห่งเดียวในไทย ถูกก่อตั้งโดยนายชิน แจยอล เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ของพัทยาและของประเทศไทย โดยพิพิธภัณฑ์มีพื้นที่กว่า 5,800 ตารางเมตร
ภายในพิพิธภัณฑ์ถูกแบ่งเป็นห้องแสดงงานต่างๆจำนวน 10 ห้อง ในแต่ละห้องจะมีการจัดแสดงภาพที่วาดขึ้นทั้งหมดได้แก่ ห้องแรกลวงตา ห้องใต้สมุทร ห้องแห่งสัตว์ป่า ห้องภาพวาดศิลปิน ระดับโลก ห้องอารยธรรม ห้องศิลปะแนวเหนือจริงห้องไดโนเสาร์ ห้องน้ำตก ห้องวิวทิวทัศน์ ห้องนิทรรศการศิลปะ
การเดินทางไป อาร์ต อิน พาราไดซ์ พัทยา จากถนสุขุมวิทเลี้ยวขวาตรงไฟแดงพัทยาเหนือ ขับตรงไปผ่านโลตัส ผ่านศาลาว่ากลางเมืองพัทยา เลยไปนิดนึง จะมีซอยซ้ายมือ เขียนว่าทางไปบิ๊กซีพัทยาหนือ ขับตรงไป 300 เมตร ขวามือ จะมีป้ายเขียนเป็นโชว์บิ๊กอาย จากนั้นก็จะถึง อาร์ต อิน พาราไดซ์ อยู่ติดกัน

ตลาดน้ำ ๔ ภาค ภายในตลาดน้ำแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์ ๑ สยาม ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานฝีมือหัตถกรรม ไม้สักทองแกะสลักไว้มากมาย ไม้สักทองทั้งหมดเป็นไม้ที่มีอายุเก่าแก่ ซึ่งช่างไม้ได้นำมาแกะสลักตามคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย และถ่ายทอดออกมาได้อย่างวิจิตรงดงาม ทั้งยังมีอาหารและสินค้าฝีมือหัตถกรรมหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภาค จัดจำหน่ายให้เลือกซื้อและรับประทานทั้งในเรือนชานและบนเรือ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวสามารถชมการแสดงต่างๆระหว่างที่เยี่ยมชมหาซื้อ อาหารและสินค้าต่างๆของแต่ละภาค ได้แก่ ฟ้อนสาวไหม รำต้นวรเชษฐ์ เซิ้งกะโป๋ ระบำเถิดเทิง ฯลฯ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่นักท่องเยวสามารถเยี่ยมชมและร่วสนุกได้ตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ทางตลาดน้ำยังมีบริการเช่าเหมาเรือล่องน้ำชมทัศนียภาพภายในตลาดน้ำ ทั้งยังสามารถชมการแสดงและเลือกซื้อสินค้าต่างๆได้ในเวลาเดียวกัน
กิจกรรมต่างๆ ในตลาดน้ำ 4 ภาค
1. ล่องเรือชมทัศนียภาพของตลาดน้ำ
2. เดินเลือกซื้อเลือกชมของดี 4 ภาค
3. เลือกชิมของอร่อยๆีทั้งคาวหวาน
4. ชมแปลงเกษตรสาธิต
5. ชมการแสดง 4 ภาค

ประตูชัยปารีส ฝรั่งเศส
ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองปารีสประเทศฝรั่งเศส ในส่วนที่มีถนนตัดกันถึง 12 สาย สร้างปี ค.ศ. 1835 เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ประตูชัยนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ พระเจ้านโปเลียนมหาราชจักรพรรดิของฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1806 ด้วยการออกแบบและก่อสร้างของสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ฮวน ฟรานซิส แด ชาร์กิ้นส์ แต่กลับเสียชีวิตก่อนที่จะสร้างเสร็จ ฮวน อาร์มานด์ ไรน์มอนด์ จึงรับช่วงต่อ ประตูชัยนี้ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบคอนสแตนติน ของกรุงโรม ประเทศอิตาลี มีความสูง 50 เมตร, กว้าง 45 เมตร ทั้งสองด้านของประตูชัย มีรูปประติมากรรมที่แสดงถึงชัยชนะของกษัตริย์นโปเลียนทั้งในด้านการทหารและสนธิสัญญา

หอไอเฟล ปารีส ฝรั่งเศส
หอคอยสูงกลางเมืองปารีสสร้างด้วยเหล็กขนาดใหญ่ ออกแบบและก่อสร้างโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส อเล็กซ์ซานเดอร์ กุสตาฟ เอฟเฟล เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการปฏิวัติในฝรั่งเศสและ งานปารีส เวิลด์แฟร์ ในปีค.ศ. 1889 โดยตัวหอคอยมีความสูงถึง 300 เมตร และใช้เหล็กทั้งหมดประมาณ 7,000 ตัน ตั้งอยู่บนฐานที่ก่อด้วยอิฐทั้ง 4 ด้าน ภายในตัวหอคอยประกอบด้วยส่วนต่างๆ 4 ส่วน คือส่วนชมวิวที่เป็นภัตตาคาร, สถานีอุตุนิยมวิทยา, สถานีวิทยุ และเสารับสัญญานโทรทัศน์ บริเวณใกล้กับยอดของหอคอยและเคยเป็นห้องที่เอฟเฟลเคยอยู่มาก่อน

ปราสาทเชอนองโซ ฝรั่งเศส
ปราสาทเชอนองโซ เป็นอาคาร 2 ชั้น สูง 260 ฟุต เป็นแกลลอรี่ ตั้งอยู่กลางแม่น้ำเชียร์ ถือกรรมสิทธิ์โดยกษัตริย์ฟรานซิสที่ 1 ต่อมามองให้กับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 และได้มอบให้แก่ภรรยาลับ คือพระนางดีอาน เดอ ปัวติแยร์ ซึ่งได้ต่อเติมสะพานข้ามแม่น้ำขึ้น ภายหลังจากพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 สวรรคต พระมเหรีของพระองค์ พระนางเคทเธอรีน เดอ เมดิซี ได้เอาคืนโดยแลกเปลี่ยนกับปราสาทเชอมองต์ ที่อยู่ใกล้กัน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกใช้เป็นโรงพยาบาล และระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวปราสาทได้ถูกใช้เป็นเขตกั้นแดนระหว่างนาซีเยอรมัน และฝรั่งเศส ปัจจุบันเปิดให้คนเข้าชมและี่มีผู้เข้าชมเป็นอันดับสองรองจากพระราชวังแวร์ซาย

มหาวิหารโคโลญ เยอรมัน
เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1248 แต่มีปัญหาให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไปบ้าง จึงต้องใช้เวลากว่าหกร้อยปีจึงสร้างเสร็จสมบูรณ์ และ สร้างเสร็จในปี 1880 เป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก สถาปัตยกรรมแบบโกธิก เป็นหอคอยแฝดสูง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร สร้างเพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารี ปัจจุบันมหาวิหารโคโลญนับจุดหมายสำคัญของเมืองโคโลญและประเทศเยอรมนี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 2536

ปราสาทน้อยส์วันสไตล์ เยอรมัน
เป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์แถบแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทรา ที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ รวมไปถึงที่แดนเนรมิต พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียมีพระประสงค์ให้จัดสร้างเพื่อเป็นที่ประทับอย่างสันโดษ ห่างจากผู้คนและเพื่ออุทิศให้แก่กวี ริชาร์ด วากเนอร์ ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างให้เป็นไปตามบทประพันธ์เรื่อง อัศวินหงษ์ (Swan Knight Lohengrin) ดังนั้นปราสาทแห่งนี้จึงได้รับการตกแต่งตามเรื่องราวในบทประพันธ์ดังกล่าว ปราสาทแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย คริสเตียน แยงค์   ซึ่งเป็นนักออกแบบทางการละคร มากกว่าที่จะเป็นสถาปนิก