ประวัติความเป็นมา
ผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผ้าทอพื้นเมืองสุรินทร์ และเป็นผ้าไหมที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวสุรินทร์ ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย จากบรรพบุรุษหลายรุ่นต่อหลายรุ่น สืบทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ผ้าไหมมัดหมี่เป็นผ้าที่มีสีสันและลวดลายเด่น ฝีมือการทอประณีต ละเอียด เนื้อแน่น ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและเคมีผสมกันแล้วแต่ความต้องการของผู้ทอ เช่น เส้นไหม ได้จากตัวหนอนไหม สีต่างๆได้จากธรรมชาติ ต้นไม้ ใบไม้ ครั่ง มะเกลือ ประโฮด ครามซึ่งสีนี้จะเอามาย้อมตามขบวนการมัดย้อม เพื่อให้เกิดลวดลายสวยงาม

การทอผ้าไหมลายมัดหมี่ในจังหวัดสุรินทร์ชนิดแรกที่เกิดขึ้นคือผ้าไหมมัดหมี่ลายอัมปรม ผ้าไหมมัดหมี่ในประเทศไทยมี ๘๐๐ กว่าลาย ปรากฏว่ามีอยู่ในท้องที่จังหวัดสุรินทร์มากกว่า ๕๐๐ ลาย โดยเฉพาะตำบลสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์ หนึ่งในแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ เป็นแหล่งผลิตสินค้าผ้าไหมมัดหมี่ มีวัฒนธรรมและศิลปะวิทยาการมาแต่โบราณ และเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงที่สุด ได้รับการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญา เป็นมรดกอันล้ำค่าในการประกอบอาชีพของสตรียามว่างจากงานหลักและเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

การรวมกลุ่มทอผ้าไหม ของกลุ่มรวมพลังพัฒนา บ้านตาระวี เป็นกลุ่มที่มีกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม การสาวไหม กระบวนการกลางน้ำ ได้แก่การมัดหมี่ การย้อมสีไหมมีกรรมวิธีการย้อมด้วยสีธรรมชาติ/สีเคมี การทอผ้าไหมด้วยมือ กระบวนการปลายน้ำ ได้แก่ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าไหม การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ซึ่งผ้าทอของกลุ่มรวมพลัง บ้านตาระวี มีการพัฒนารูปแบบลวดลายใหม่ ๆ แต่คงไว้ด้วยความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เช่นลายลูกแก้ว ลายมัดหมี่ ลายรูปช้าง ลายดอกมะเขือ และลายต่าง ๆ ที่สื่อแสดงถึงวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปบ้างตามความต้องการของตลาด นางระเบียบ ศรีลาไลย์ ประธานกลุ่มรวมพลังพัฒนาสามารถผลิตผ้าไหมจำหน่ายต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อิตาลี่ ในปัจจุบันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีความโดดเด่น งดงาม เป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงระดับประเทศ