1. ควรเลือกผ้าที่ทอเนื้อละเอียด ไม่บาง มีน้ำหนักเพื่อให้จับได้เต็มที่ขณะเย็บ
2. ควรเป็นผ้าสีพื้น ไม่ควรใช้ผ้าที่ต้องต่อลายให้ตรงกัน
3. ควรเป็นผ้าที่ไม่ยับง่าย เพราะจำทำให้เสียเวลาในการรีด
4. ควรเป็นผ้าที่สีไม่ตก และหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าสีเข้ม เช่น สีน้ำเงิน น้ำตาล

5. ควรเป็นผ้าที่มีความคงทน เส้นด้ายทอไม่แตกง่าย และไม่ยืดหรือหดเมื่อผ่านการซัก
6. ควรเป็นผ้าที่สวมใส่แล้วสบายตัว ไม่ระคายเคืองผิว
7. ควรเลือกผ้าตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ เช่น ผ้าที่ใช้ตัดชุดนอนควรเป็นผ้าเนื้อนิ่ม เป็นต้น
8. ไม่ควรเลือกใช้ผ้าราคาแพง เพราะหากตัดเย็บไม่สำเร็จจะสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
9. พยายามเลี่ยงผ้าที่มีเชิงริมผ้าทั้ง 2 ด้าน เพราะจะทำให้ตัดและเย็บประกอบเป็นตัวเสื้อได้ยาก

สำหรับผ้าที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดมีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกันไป ดังนี้
1. ผ้าฝ้าย มีคุณสมบัติซึมซับน้ำและระบายความร้อนได้ดี ทนความร้อนสูง ทนต่อการซักรีด ราคาไม่แพงและตัดเย็บง่าย เหมาะจะนำมาตัดชุดนอน ชุดลำลอง กางเกง กระโปรง ชุดเด็ก และผ้าอ้อม
2. ผ้าลินิน มีคุณสมบัติซึมซับน้ำได้ดีและมีความเหนียวมาก สวมใส่สบาย เหมาะที่จะนำมาตัดเย็บเป็นของใช้ในครัว แต่ไม่ควรนำมาฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะยับง่าย รีดยาก และราคาแพง
3. ผ้าไหม เนื้อนุ่ม เบา ขึ้นเงาสวยงาม นิยมนำมาตัดชุดสำหรับงานพิธี งานกลางคืน หรือโอกาสพิเศษ ไม่ควรนำมาฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะซักรีดยาก ราคาแพง
4. ผ้าขนสัตว์ มีความยืดหยุ่นดีเยี่ยม ไม่ยับ และเก็บความร้อนได้ดี แต่มีราคาแพง นิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าและเครื่องกันหนาว
5. ผ้าเส้นใยสังเคราะห์ ถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์จะร้อน ไม่ซับเหงื่อ และสวมใส่ไม่สบาย แต่ชนิดที่ผสมเส้นใยธรรมชาติจะไม่ยับ ซักรีดง่าย และสวมใส่สบายกว่า นอกจากนี้ยังมีความเหนียวและจับจีบได้สวยงาม ผ้าเส้นใยสังเคราะห์มีชื่อเรียกทางการค้าต่าง ๆ กัน เช่น วิสคอสเรยอน ไลครา เคดอน แอนทรอน เดครอน ไวครอน ออร์ลอน ไวคารา เป็นต้น